Ballstep2 ข่าวกีฬาที่สวยงาม

Ballstep2 ข่าวกีฬาที่สวยงาม

Ballstep2 ข่าวกีฬาที่สวยงาม

FINAL : ไทย – จอร์แดน

Ballstep2 ข่าวกีฬาที่สวยงาม ข้อมูลน่าสนใจ ไทย – จอร์แดน
ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ลงสนามนัดชิงชนะเลิศ คิงส์คัพ ด้วยเป้าหมายในการคว้าแชมป์กลับมาครองให้ได้หลังจากห่างหายไป 9 ปี เกมนี้ต้องเจอกับคู่แข่งที่ถือว่าเป็นทีมชั้นนำของเอเชียอีกทีมหนึ่งอย่าง จอร์แดน

เกมในครึ่งแรก ทีมชาติไทยสามารถครองบอลทำเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถหาช่องเข้าทำได้ถนัด ขณะที่ จอร์แดน พยายามจะคอยอาศัยจังหวะสวนกลับแต่ก็ไม่ได้ทำอันตรายอะไรให้แนวรับของทีมไทยได้เช่นกัน เนื่องจากส่วนใหญ่เน้นไปที่เกมรับรัดกุม

อย่างไรก็ตาม เริ่มเกมครึ่งหลังมาได้แค่ 6 นาที ทีมชาติไทยก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ธีรศิลป์ แดงดา ได้บอลทางริมเส้นด้านขวาแล้วตักโด่งเข้ามาในกรอบเขตโทษ ให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ตั้งป้อมวอลเลย์จังหวะแรกโดนไม่ดี แต่ยังเก็บตกได้ในจังหวะสอง และซัดเข้าไปไม่พลาด

หลังโดนยิงไปก่อน จอร์แดนพยายามเปิดเกมรุกมากขึ้นพร้อมกับเริ่มเล่นนอกเกมใส่ผู้เล่นไทย ขณะที่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายประตูของไทยต้องออกแรงป้องกันลูกยาก ๆ มากขึ้น

จนกระทั่งนาทีที่ 80 ทีมชาติไทยก็มาได้ประตูที่สอง จากจังหวะขึ้นเกมทางขวาเหมือนเดิมแล้ว อดิศักดิ์ ไกรศร พาบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนจะปาดเข้ากลางให้ ธีรศิลป์ ข้ามหลอก บอลมาถึง เกริกฤทธิ์ คนเดิมบรรจงแปเสยตาข่ายเข้าไป

ช่วงเวลา 10 นาทีที่เหลือ จอร์แดนไม่อาจทำอะไรได้ ทีมชาติไทยคุมสถานการณ์จนจบเกมเป็นฝ่ายเอาชนะ 2-0 คว้าแชมป์ไปครองได้เป็นสมัยที่ 14

วิเคราะห์บอล ไทย – จอร์แดน
ทีมชาติไทยนัดนี้จะปรับหมากทดลองเล่นโดยใช้แผงหลัง 3 คน อดิศร พรหมรักษ์, มิก้า ชูนวลศรี และ สุพรรณ ทองสงค์ แล้วให้ ธีราทร บุญมาทัน กับ ทริสตัน สมชาย โด เล่นเป็นวิงแบ็ก แดนกลางจะดัน ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ขึ้นไปคุมเกมคู่กับ สารัช อยู่เย็น “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ คอยทำเกมรุก และกองหน้าจะให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ยืนคู่กับ ธีรศิลป์ แดงดา

สำหรับ จอร์แดน ชุดนี้เป็นชุดใหญ่ทีมเดียวกับที่เล่นบอลโลกรอบคัดเลือกซึ่งเคยเอาชนะ ออสเตรเลียได้ด้วย แต่เกมแรกที่ชนะมาได้มาได้เพราะทาง ยูเออี ใช้ผู้เล่นชุดสอง ส่วนสถิติที่ผ่านมาในการพบกับทีมชาติไทยก็ถือว่าเหนือกว่า เจอกันมา 6 นัด เสมอกัน 5 และชนะทีมไทยได้ 1 นัด

จอร์แดนถือว่าศักยภาพเหนือกว่าซีเรียที่ไทยเจอในเกมแรก แต่ถ้าลูกทีมของโค้ชซิโก้ เล่นได้ตามมาตรฐานเหมือนในครึ่งแรกของนัดก่อนก็ถือว่าไม่เป็นรอง

เช็กสถิติ ทีมชาติไทย vs 5 ยักษ์เอเชีย – คู่แข่งใน ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

 เช็กสถิติ ทีมชาติไทย

agent Ballstep2 ทีมชาติไทย ถือว่าจับสลากอยู่ในกลุ่มที่โหดหินทีเดียวในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 3 โดยทัพช้างศึกต้องเจอกับยอดทีมระดับแนวหน้าของเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น, ซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และอิรัก

แน่นอนว่าทั้ง 5 ทีมร่วมกลุ่มนั้นทีมชาติไทยเคยเจอมาหมดแล้ว แต่ว่าสถิติที่ผ่านมาในการพบกันก็ต้องถือว่าขุนพลช้างศึกค่อนข้างเป็นรองพอสมควรทีเดียว ซึ่งครั้งนี้เราต้องมาลองดูกันหน่อยว่าสถิติที่ผ่านมาในอดีตในการพบกันของทีมชาติไทยกับ 5 พี่เบิ้มแห่งเอเชียเป็นอย่างไรบ้าง

ส่องสถิติการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย กับ 5 ยักษ์ใหญ่เอเชีย

1. ญี่ปุ่น

ทีมชาติไทย เคยพบกับ ญี่ปุ่น มาแล้วทั้งหมด 26 ครั้งในทุกรายการแข่งขัน ซึ่งทัพช้างศึกไทยเอาชนะไปได้เพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น เสมออีก 6 เกม และแพ้ไป 17 เกม

โดยแมตช์ที่น่าจดจำที่สุดของทีมชาติไทยคือเกมที่สามารถเอาชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-1 ในเกมกระชับมิตร และในเกมดังกล่าว เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชคนปัจจุบันของทัพช้างศึกก็มีรายชื่อเป็นผู้ทำประตูเสียด้วย

2. ซาอุดีอาระเบีย

ทีมชาติไทย พ่ายแพ้ให้กับ ซาอุดีอาระเบีย มาแล้วทั้งหมด 16 เกม เอาชนะได้ 3 เกม และเกมล่าสุดที่พบกันคือการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และในแมตช์ดังกล่าวจบลงด้วยผลเสมอ 0-0

สำหรับชัยชนะหนล่าสุดของทีมชาติไทยที่มีเหนือต่อซาอุดีอาระเบียต้องย้อนกลับไปเมื่อ 32 ปีที่แล้วเลยทีเดียว ในการแข่งขันเกมกระชับมิตร โดยไทยเราเอาชนะไปได้ 3-1

3. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

ทีมชาติไทย พบกับ ยูเออี มาแล้วทั้งหมด 10 เกม ชนะได้สองเกม เสมอได้สองเกม และแพ้ไป 6 เกม โดย 4 เกมหลังสุดที่พบกันนั้นไทยแพ้ไปแค่ครั้งเดียว และเอาชนะได้ถึง 2 เกมด้วยกัน ซึ่งเกมที่ดีที่สุดก็คือเกมที่ไทยเอาชนะยูเออีไปได้ 3-0 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งไทยได้ประตูจาก นนทพันธ์ เจียรสถาวงศ์, อานนท์ นานอก และเทิดศักดิ์ ใจมั่น

4. อิรัก

ทีมชาติไทย แพ้ อิรัก ไปทั้งหมด 7 เกมจาก 14 นัดที่พบกัน โดยเกมล่าสุดที่ไทยแพ้ 0-4 ต้องย้อนกลับไปในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย ปี 2002 แน่นอนว่า ไทย ไม่แพ้ อิรัก มาแล้วกว่า 14 ปีด้วยกัน

แน่นอนว่า 6 นัดหลังสุดมานี้ ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2 เกม และเสมออีก 4 เกม ซึ่งเกมล่าสุดที่เจอกันเสมอกันไปอย่างสุดมันส์ 2-2 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2

5. ออสเตรเลีย

ทีมชาติไทย ไม่เคยเอาชนะ ออสเตรเลีย ได้เลยแม้แต่เกมเดียวแถมยังแพ้ไปถึง 4 เกมจากการเจอกัน 5 แมตช์การแข่งขัน โดยเกมที่เสมอกัน 0-0 คือการแข่งขันเกมกระชับมิตรกันที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 1998

ซึ่งในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ไทย แพ้ให้กับ ออสเตรเลีย ทั้งเหย้า และเยือนด้วยสกอร์ 0-1, 1-2 ตามลำดับ

คิงส์คัพ 2016 – 5 เรื่องที่แฟนบอลไทยควรรู้ก่อนดูฟุตบอลคิงส์คัพ

คิงส์คัพ 2016 - 5

สมัคร Ballstep2 แฟนลูกหนังชาวไทยได้ทำหน้าที่กันอีกครั้ง ในการลุ้น ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ลงเล่นใน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ประจำปี 2559 ที่จะเปิดฉากลงเล่นนัดแรกในเย็นวันนี้ ศุกร์ที่ 3 มิถุนายน และเกมชิงอันดับ 3 กับเกมชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน

สำหรับทีมชาติไทย นี่เป็นเวทีที่จะได้แสดงให้เห็นว่ายังสามารถรักษาระดับการเล่นไว้ได้หรือไม่ หลังจากผลงานยอดเยี่ยมในการลงเล่น ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง ก่อนที่จะต้องเจอกับศึกหนักในรอบ 12 ทีมสุดท้ายต่อไป
ทีมชาติไทยกับเป้าหมายในคิงส์คัพ

ฟุตบอลคิงส์คัพหนนี้ นับเป็นการแข่งขันครั้งที่ 44 หลังจากที่เริ่มแข่งขันกันครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2511 ซึ่งทีมชาติไทยในฐานะเจ้าภาพก็ครองสถิติคว้าแชมป์มาครองได้มากที่สุด 13 ครั้ง (ไทยเอ และ ไทยบี รวมกัน) แต่หนล่าสุดที่ได้แชมป์ก็ตั้งแต่ปี 2550 และในฐานะที่ คิงส์คัพ เป็นถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นถ้วยที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศ กุนซือ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ย่อมต้องตั้งเป้าหมายจะคว้าแชมป์กลับมาครองให้ได้อีกครั้ง

คู่แข่งของทีมชาติไทย

Ballstep2 ข่าวกีฬาที่สวยงาม สำหรับ คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 หรือ คิงส์คัพ 2016 ถือเป็นการแข่งขันอีกครั้งหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทีมที่เข้าร่วมแข่งขันอีก 3 ทีม ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของเอเชีย โดยทั้ง จอร์แดน, ซีเรีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างก็ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 ได้เช่นเดียวกับทีมชาติไทย

ทั้ง จอร์แดน, ซีเรีย และ ยูเออี จะลงเล่นใน คิงส์คัพ เป็นครั้งแรก
กติกาการแข่งขัน ดวลจุดโทษทันทีไม่มีต่อเวลา

ฟุตบอลคิงส์คัพ หนนี้จะกลับมาใช้ระบบแข่งขันนัดแรกเพื่อหาทีมชนะเข้าไปเล่นนัดชิงชนะเลิศอีกครั้ง หลังจากในครั้งที่ 43 เมื่อปี 2558 ใช้ระบบการแข่งขันแบบ 4 ทีมพบกันหมด

และทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ประกาศออกมาแล้วว่า ในกรณีที่เกมจบลงด้วยการเสมอกัน จะหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษทันทีโดยไม่มีการต่อเวลาพิเศษ 120 นาที 35millionderegard.com